เทคนิกการโหลดรถ

       การโหลด  Step 1 ( Basic )  

     ข้อดี

          - ประหยัดงบ  เพราะใช้งบประมาณไม่เกิน  800  บาท.

          - ทำให้การทรงตัวมในการเลี้ยวโค้ง  หรือ  เบรค  มั่นคงขึ้น

    ข้อเสีย

          - รับน้ำหนังบรรทุกได้น้อยลง

          - มีอาการกระด้างเล็กน้อย  ( อยู่ที่การเซ็ต  ช็อคอัพ )

     + การโหลดในสเต็ปนี้นับเป็นการโหลดขั้นพื้นฐาน  เพื่อต้องการความสวยงาน  และการทรงตัวที่ดีขึ้น  โดยใช้งบประมาณ  800 - 900  บาท

     การโหลดรถกระบะ

            การโหลดในด้านหน้าของรถกระบะ   โดยส่วนมารถกระบะในเมื่องไทย  จะมีการทำงานของระบบช่วงล่างอยู่  2  แบบด้วยกัน  คือ  ระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบคอล์ยสปริง  ซึ่งมีใช่กันอยู่ในรถกระบะ  mitsubishi  aerobody  และ  stradra  และอีกแบบหนึ่งคือ  ระบบช่วงล่างแบบทอร์ชั่นบาร์  เราจะมาพูดถึงการโหลดของระบบทอร์ชั่นบาร์กันก่อน

            ระบบช่วงล่างแบบทอร์ชั่นบาร์นั้นจะทำร่วมกับช็อคอัพ  เพื่อช่วยในการขับแรงกระแทกอีกที  การโหลดของช่วงล่างแบบนี้นั้น  ทำได้โดยการ  คลายน็อตทอร์ชั่นบาร์ที่อยู่บริเวณใต้ท้องรถ  ใกล้กับกระปุกเกียร์  จะมีอยู่  2  ฝั่งด้วยกัน  ซ้าย - ขวา  ให้คลายน้อตลงมาให้ได้ความเตี้ยตามความต้องการ  ในระหว่างทำงานคลายน็อตทอร์ชั่นบาร์นั้น  ควรเช็คดูด้วยว่า  ทั้งสองข้างเท่ากันหรือไม่  โดยการใช้ตลับเมตรวัด  ในกรณีที่มีการโหลดลงมามากๆ  ประมาณ 5 นิ้วขึ้นไป  ต้องมีการถอดแท่งทอร์ชั่นบาร์คลายความเป็นสปริงลงเล็กน้อย  เพื่อไม่ให้เกิดความกระด้างเกินไป  และเพื่อให้ทอร์ชั่นบาร์ปรับความเตี้ยได้สูงสุด  เมื่อได้ความเตี้ยมากแล้วก็จะเกิดความกระด้างที่เกิดจากการยันตัวของยางกันกระแทกกับคัสซีส์  การแก้ไขโดยการตัดยางกันกระแทกออกประมาณ  50  %  ของความหนายางกันกระแทก  หรือถ้าเตี้ยมากๆ  ก็อาจจะต้องถอดออกไปเลย  หรือถ้าบางครั้งที่ถอดออกแล้วยังเกิดการกระแทกอยู่  ก็ต้องมีการย่นคัสซีส์ในส่วนที่กระแทกกับยางกันกระแทกด้วย

            คราวนี้ก็มาถึงการโหลดในรถกระบะ  MITSUBISHI  ซึ่งมีช่วงล่างด้านหน้าแบบคอล์ยสปริง  ซึ่งทำงานร่วมกันช็อคอัพเช่นกัน  การโหลดในช่วงล่างแบบนี้ก็คือ  การตัดคอล์ยสปริงให้มีความเตี้ยลง  ตามที่เราต้องการ  ถ้าโหลดลงมามากๆ  ก็จะต้องมีการระเบิดซุ้มล้อหรือเบ้ารองรับสปริงช่วยเพื่อให้ปีกนกขึ้นมาได้สูงสุด  โดยไม่ติดเข้าสปริง

            ในการโหลดของช่วงล่างทั้น 2 แบบนี้  จะส่งผมไปยังช็อคอัพด้วย  เพราะถ้าคุณกดเตี้ยประมาณ  5  นิ้วขึ้นไป  จะเกิดการยันตัวของแกนช็อคอัพ  ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของอาการกระด้าง  และผลเสียที่ตามมาอีกอย่างก็คือ  เมื่อเกิดการยันของแกนช็อคอัพจะทำให้แกนช็อคอัพคตได้  เมื่อแกนช็คอัพคตคราวนี้แหละที่จะต้องเปลี่ยนช็คอัพใหม่กันเลย   ซึ่งทางที่ดี  เมื่อคุณกดเตี้ยมากกว่า  5  นิ้ว  ควรจะนำช็คอัพไปตัดแกน  และอัดน้ำมันเพิ่มความหนืด   เพื่อตัดปัญหาการยันตัวของช็อคอัพ  หรือบางคนที่ต้องการความชัวร์  และความนุ้มนวล  ก้อาจจะซื้อ  ช็อคอัพแกนสั้นมาใส่แทนเข้าไป  ซึ่เดี่ยวนี้มีขายมากขึ้นกว่าสมัยก่อนแล้ว

            ปัญหาอีกอย่าง  เมื่อทำการกดเตี้ยกันมากๆ  ระดับ  5 นิ้วขึ้นไป  ขาไก่  ซึ่งอยู่ที่ปลายกระปุกพวงมาลัยจะลงมาติดกับคันส่งกลางในระบบบังคับเลี้ยวแล้วจะเกิดอาการผืด  และที่อันตรายที่สุดคือ  เวลาเลี้ยวที่ต้องหักพวงมาลัยมากๆ  เช่น  เลี้ยว  ยูเทรินย์  ขาไก่จะติดกับคันส่งกลาง  ทำให้พวงมาลัยไม่คืนกลับ  ต้องใช้มือช่วยมือหมุนพวงมาลัยกลับ  ก็คิดดูละกันนะว่าลำบากขนาดไหน

            การโหลดในด้านหลัง
          รถกระบะทุกรุ่นในบ้านเราจะมีระบบรองรับการสั่นสะเทือนเหมือนกันหมดก้คือ  การใช้ชุดแทนร่วมกันช็อคอัพ  การโหลดของช่วงล่างแบบนี้ก็คือ  การ  ชัก - ดัด - รอง  ซึ่งจะอธิบาย  เป็นขั้นตอนต่อไป

            การชัก
          การชักที่พูดถึงนี้ก็คือ  การชักแผ่นแหนบออกจากเดิมที่มีอยู่เดิมชุดละประมาณ 5 - 6 แผ่น  โดยจะชักแหนบบรรทุกออก  ก็คือแผ่นที่สั้นที่สุดนั้นแหละครับ  ซึ่งเราต้องกดแหนบแผ่นนั้นออก  เพราะถ้าไม่ถอดออกจะกระด้างมากครับ  ถ้าในกรณีที่โหลดลงมามากๆ  ต้องชักออกถึง 2 แผ่นด้วยกัน  ก็คือ  แผ่นที่สั้นที่สุดและแผ่นที่รองลงมา  เพื่อลดอากากกระด้างของช่วงล่าง

            การดัดแหนบ
          การดัดแหนบเป็นขั้นตอนที่ถัดมาจากจากชักแหนบออก  ซึ่งหลังจากการชักแหนบบรรทุกออกแล้วก็นำแหนบทั้งหมดมาประกอบเข้าด้วยกันและทำการดัด  โดยใช้เครื่องกดไฮดรอลิคส์  ขนาด 30 ตันขึ้นไป  โดยในขั้นตอนการดัดนี้  สามารถเลือกได้ว่า  จะเอาเตี้ยขนาดไหน  โดยส่วนมากแล้วจะดัดให้มีความตรงเป็นหลัก  ซึ่งก็จะได้ความเดชตี้ยประมาร  4  -  5  นิ้วถ้าอยากให้เตี้ยกว่านี้ก็ต้องดัดให้โค้งกลับไปอีกด้านหนึ่ง  แต่ความเป็นสปริงของชุดแหนบจะไม่เหลืออีกเลย  ทำให้มีความกระด้างเกิดขึ้นได้   

            การรองแหนบ
          เมื่อทำการ ชัก - ดัด  เป็นที่เรียบร้อยแล้ว  แล้วอยากจะได้เตี้ยกว่านี้อีกก็ต้องทำการรองแหนบเป้นขั้นตอนต่อไป  โดยจะรองด้วยเหล็กรอง  ซึ่งมีลักษณะเป็นกล่องเหล็กรูปสี่เหลี่ยมรู้สีเหลี่ยมผืนผ้า   มีความสูงตามขนาดที่ต้องการ  คือ  1 - 3 นิ้ว  โดยเหล็กรองนี้  จะใช้รองอยู่กึ่งกลางระหว่างชุดแหนบกับชุดเพลาท้าย  เมื่อทำการรองแล้ว  ก็ต้องเปลี่ยนชุดสาแหรกด้วย  4  ตัว  โดยให้มีความยาวเท่ากับความสูงของเหล็กรองที่ได้รองเข้าไป  เช่น  ถ้าคุณรองกล่องที่มีความสูง  2  นิ้ว  คุณก็ต้องซื้อ สาแหรก ที่มีความยาวเพิ่มขึ้น  2  นิ้วเช่นกัน  ส่วนมากแล้ว  ทางร้านจะจัดชุดสำเร็จมาให้แล้ว  ซื้อมาทั้งชุดก็สามารถใส่ได้เลย  หลังจากที่ทำการโหลดเรียบร้อยแล้ว  ต้องทำการตั้งศูนย์ถ่วงล้อกันใหม่  เพื่อให้ล้อทั้ง 2 ข้าง  มีความบาลานซ์กัน  และ  ลดปัญหาพวงมาลัยกิน ซ้าย - ขวา  หรือพวงมาลัยสั่น  ซึ่งปัญหาเหล่านี้  เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้สำหรับรถที่โหลดเตี้ยทั้งหลาย ( ต้องทำใจครับ )

 

 

                      

 

 

Copyright Information http://www.lowriderthai.comAll Rights reserved
Design by 13Studios contact me Bypass www.siamcafe.net